อาหารเป็นพิษ (Food poisoning)

อาหารเป็นพิษ (Food poisoning)
เมื่อคืนวันก่อนผมเกิดมีอาการปวดท้องเหมือนจะถ่าย ตอนแรกก็ปกติดีแต่ไม่ปกติเพราะเริ่มปวดท้องมาก ถ่ายไม่ออก ปวดแบบบิด ๆ รู้สึกคลื่นไส้ อยากจะอาเจียน คืนนั้นทั้งคืนไม่ได้นอนเลยครับ จึงค้นหาข้อมูลผลปรากฏว่า “อาหารเป็นพิษ” เนื่องจากรับประทานอาหารไม่สะอาดหรือได้รับเชื้อโรคเข้าไปนั่นเอง
โรคอาหารเป็นพิษ มักจะเกิดขึ้นหลังจากที่มีงานเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ งานสังคม หรือการออกไปปิกนิก เป็นต้น นั่นเป็นข้อมูลจากงานวิจัย แต่ในชีวิตจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ โดยเฉพาะสังคมเมืองใหญ่ ที่คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลาจะพินิจพิเคราะห์อาหารในแต่ละมื้อเท่าใดนัก ชีวิตรีบเร่งจนลืมความปลอดภัยเหล่านี้
อาหารเป็นพิษ หมายถึงอาการท้องเดิน เนื่องจากการกินอาหารที่มีสารพิษปนเปื้อน อาจเป็นสารพิษที่เกิดจากเชื้อโรค หรือสารเคมี (เช่น ตะกั่ว ยาฆ่าแมลง) หรือ พืชพิษ (เช่น เห็ดพิษ กลอย)
โดยทั่วไปเรามักหมายถึงอาการท้องเดินที่เกิดจากสารพิษจากเชื้อโรค เพราะเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยกว่าสาเหตุอื่น ๆ มักจะพบว่าในหมู่คนที่กินอาหารร่วมกัน จะมีอาการพร้อมกันหลายคน ซึ่งอาจมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคลและปริมาณที่กิน ผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดท้อง อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง ถ้าเป็นรุนแรง อาจทำให้มีภาวะขาดน้ำเป็นอันตรายได้
ถ้าเกิดจากสารเคมีหรือพืชพิษบางชนิด อาจทำให้เกิดพิษต่อระบบประสาท เช่น ชัก หมดสติ รูม่านตาหดเล็ก เป็นต้น อาจร้ายแรงถึงตายได้
การรักษา
1. ให้การรักษาแบบอาการท้องเดินทั่ว ๆ ไป คือ ให้น้ำเกลือ, ยาแก้ท้องเดิน, ยาแก้อาเจียน ในรายที่ปวดท้องรุนแรง ถ่ายท้องรุนแรงให้ฉีดอะโทพีน ยกเว้นในรายที่มีไข้ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด
2. ถ้ามีอาการทางระบบประสาท (เช่น ชัก หมดสติ) หรือสงสัยเกิดจากยาฆ่าแมลง สารตะกั่ว สารเคมีอื่น ๆ ควรให้น้ำเกลือ แล้วรีบส่งโรงพยาบาลด่วน มักจะต้องทำการล้างท้องและให้ยาต้านพิษ
3. ถ้าเกิดจากเห็ดพิษ ซึ่งมีอยู่หลายชนิด ทำให้เกิดอาการมากน้อยแตกต่างกันไป ถ้าเป็นชนิดไม่รุนแรงก็ให้การรักษาดังในข้อ 1 แต่ถ้ามีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ให้ฉีดอะโทรพีน และให้น้ำเกลือ
แล้วส่งโรงพยาบาลด่วน

อาหารเป็นพิษจากเชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัสสแตฟฟีโลค็อกคัสออเรียส
ในที่นี้จะได้กล่าวถึงอาหารเป็นพิษ เนื่องจากสารพิษจากเชื้อโรคต่าง ๆ อาหารเป็นพิษจากเชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัสสแตฟฟีโลค็อกคัสออเรียส (Staphylococcus aureus) เป็นแบคทีเรียตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดหนองผีตามผิวหนัง อาจพบเปื้อนปนอยู่กับอาหาร เช่น พวกสลัด ขนมจีน ลาดหน้า น้ำปลาหวาน ซุป อาหารประเภทเนื้อ ฯลฯ เชื้อชนิดนี้จะปล่อยพิษ (toxin) ออกมาซึ่งไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน เมื่อคนเรากินอาหารนี้ (ไม่ว่าจะต้มสุกหรือไม่ก็ตาม) เข้าไป หลังจากนั้นอีก 2-4 ชั่วโมง ก็เกิดอาการ บางครั้งอาจพบเป็นพร้อม ๆ กันหลายคน เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป
อาการ
เกิดขึ้นทันทีทันใดด้วยอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดบิดในท้องเป็นพัก ๆ และถ่ายเป็นน้ำ ส่วนมากจะไม่มีไข้ อาการจะค่อย ๆ หายเอง ภายใน 1-2 วัน โรคนี้ ชาวบ้านเรียกว่า โรคลมป่วง มักจะรักษากันเอง ถ้าเป็นไม่มากก็หายเองได้
การรักษา
1. ถ้าอาการไม่รุนแรง ให ้ยาแก้ท้องเดิน เช่น ยาน้ำเคาลิน หรือยาธาตุน้ำขาว (บิสมัทโซดา) กิน 1-2 ช้อนโต๊ะ (เด็ก 1-2 ช้อนชา) ทุก 4-6 ชั่วโมง และปฏิบัติตัวดังการรักษาอาการท้องเดินทั่วไป ก็หายเองได้
2. ถ้าอาการรุนแรง ให้ยาแก้ท้องเดินดังกล่าว ถ้าขาดน้ำให้น้ำเกลือ แล้วควรส่งอุจจาระตรวจหาเชื้ออาจมีสาเหตุจากเชื้อชนิดอื่นได้
3. ยาปฏิชีวนะ ไม่จำเป็นต้องให้ เพราะเกิดจากพิษของเชื้อโรคไม่ใช่ตัวเชื้ออาหารเป็นพิษจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัสสเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองฝีได้เช่นเดียวกับเชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัส พบมากในอาหารพวกเนื้อ, เป็ด, ไก่, ปู ฯลฯ เชื้อจะปล่อยพิษปนกับอาหาร เมื่อคนกินเข้าไป หลังจากนั้นอีก 4-12 ชั่วโมง ก็ทำให้เกิดอาการ เป็นภาวะที่พบได้บ่อยเช่นเดียวกันอาการ
คล้ายอาหารเป็นพิษจากเชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัส แต่จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วย มักหายได้เองภายใน 1-2 วัน
การรักษา
ให้การดูแลรักษาแบบเดียวกับอาหารเป็นพิษจากเชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัส ร่วมกับให้ยาลดไข้
ข้อแนะนำ
อาการถ่ายเป็นน้ำร่วมกับมีไข้สูงที่เกิดขึ้นทันทีทันใด นอกจากเชื้อสเตรฟโตค็อกคัสแล้ว ยังอาจมีสาเหตุจากเชื้อซัลโมเนลลา, บิดซิเกลลา ในระยะเริ่มแรก และเชื้อวิบริโอ ฮีโมไลติคัส (Vibrio Hemolyticus) ได้ วิบริโอฮีโมไลติคัส เป็นเชื้อแบคทีเรีย พบในอาหารทะเล ทำให้มีอาการไข้ ปวดท้อง ถ่ายเป็นน้ำรุนแรงคล้ายอหิวาต์ได้ การรักษา นอกจากให้ยาแก้ท้องเดิน น้ำเกลือ (ในรายที่เป็นรุนแรง) แล้ว ควรให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เตตราซัยคลีน, คลอแรมเฟนิคอล หรือโคไตรม็อกซาโซล ร่วมด้วย

อาหารเป็นพิษจากเชื้อซัลโมแนลลา
อาหารเป็นพิษจากเชื้อซัลโมเนลลา เชื้อซัลโมแนลลา (Salmonella) เป็นตระกูลเดียวกับเชื้อที่ทำให้เกิดไข้ไทฟอยด์?แต่มักไม่ทำให้เกิดอาการทั่วร่างกายแบบไทฟอยด์ แต่มักไม่ทำให้เกิดอาการทั่วร่างกายแบบไทฟอยด์ มักเกิดหลังจากกินพิษของมันซึ่งปนอยู่ในอาหารเข้าไป 8-48 ชั่วโมง
อาการ
ไข้หนาวสั่น ปวดบิดในท้อง ถ่ายเป็นน้ำ คลื่นไส้ อาเจียนเล็กน้อย บางครั้งมีมูกเลือดปน อาการจะค่อย ๆ หายไปภายใน 2-5 วัน บางคนอาจเรื้อรัง ถึง 10-14 วัน
การรักษา
ให้การรักษาแบบเดี่ยวกับอาหารเป็นพิษจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส ไม่ควรให้ยาปฏิชีวนะ เพราะไม่เพียงแต่ไม่ทำให้อาการท้องร่วงหายเร็วขึ้นเท่านั้น ยังอาจทำให้เชื้ออยู่ในลำไส้นานขึ้นและกระจายเข้าสู่โลหิตไปทั่วร่างกายได้
ข้อแนะนำ
ถ้าพบผู้ป่วยมีอาการไข้ร่วมกับท้องเดินไม่มาก แต่เป็นเรื้อรังมากกว่าสัปดาห์ ถ้าคลำได้ตับม้ามโต ควรนึกถึงไข้มาลาเรีย และไข้ไทฟอยด์ ด้วย

อาหารเป็นพิษจากเชื้อคลอสติเดียม
คลอสติเดียม (Clostridium botulinum) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบในอาหารกระป๋อง และอาหารหมักดองเชื้อจะปล่อยพิษออกมา ทำให้เกิดอาการหลังกินพิษเข้าไป 8-36 ชั่วโมง เป็นภาวะที่พบได้ไม่บ่อยนัก
อาการ
มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปากแห้ง คอแห้ง เจ็บในลำคอ ปวดบิดในท้อง ท้องเดิน ในรายที่เป็นมาก พิษของมันจะทำลายประสาททำให้ตาเห็นสองภาพ กลืนน้ำลายไม่ได้ น้ำลายฟูมปาก พูดอ้อแอ้ อ่อนแรง และหายใจไม่ได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วยหายใจเป็นอัมพาต และอาจตายภายใน 24 ชั่วโมง
การรักษา
หากสงสัย ควรรีบส่ง โรงพยาบาล ถ้าฉีดเซรุ่มแก้พิษได้ทัน ก็จะช่วยให้รอดได้
ข้อแนะนำ
เพื่อป้องกันมิให้กินถูกพิษของคลอสติเดียม เวลากินอาหารกระป๋อง ควรปฏิบัติ ดังนี้
1. ตรวจดูสภาพภายนอก เช่น วันเดือนปีที่ผลิตว่าเก็บไว้นานเกินไปหรือไม่
กระป๋องบุบบู้บี้หรือมีสนิมหรือเอามือกดฝากระป่องแล้วยุบก็ไม่ควรซื้อ
2. ถ้าเปิดกระป๋องแล้วมีกลิ่นเหม็น ก็ไม่ควรกิน
3. ควรต้มให้เดือนนานประมาณ 10 นาที
เรียบเรียงโดย : www.caremine.com | Term of use
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
Tags: Clostridium botulinum, Food poisoning, Salmonella, Staphylococcus aureus, ลำไส้แปรปรวน, อาหาร
Popularity: 3%http://www.caremine.com/?p=1108

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะ!